![]() |
|
Spaces home (◕〝◕) Mr.Ball (◕〝◕)ProfileFriendsFilesMore ![]() | ![]() |
(◕〝◕) Mr.Ball (◕〝◕)+ The Give Is Have Happiness More Than geT +
|
|||||
|
February 15 ธนาคารที่ให้บริการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่าน internet
สิ่งที่ควรมีสำหรับการเปิดร้านบนอินเทอร์เน็ต
กลยุทธ์ที่จำเป็นสำหรับการเปิดร้านออนไลน์
โอกาสในการทำอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันนี้หัวข้อที่นักธุรกิจพูดถึงในการทำธุรกิจมากที่สุดคืออะไร ถึงแม้ว่าผู้ประกอบธุรกิจมากมายเร่งรีบในการทำการค้าผ่านอินเตอร์เนตนั้นเพื่อที่จะเพิ่มยอดขายและบริการ ในการทำธุรกิจไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม สองสิ่งที่นักธุรกิจต้องนึกถึงอยู่ตลอดเวลานั่นก็คือ การบริการที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ และความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับธุรกิจของเรา มีปัจจัยหลายประการที่จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจในอินเตอร์เนตประสบความสำเร็จอย่างเช่น การให้คุณค่าแก่เว็บไซต์ (provide value) สองเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จในอินเตอร์เนต: ยะฮู้และแอมเมซอนดอทคอม ทั้งสองเว็บไซต์นี้ได้เพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ของตนโดยการให้บริการทางด้านข้อมูลฟรี การสร้างแหล่งชุมชนในเว็บไซต์ของตนและแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในการเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ การเสนอคุณภาพ เว็บไซต์ที่ทำขึ้นมาจะต้องแสดงถึงคุณภาพ นั่นหมายถึงความเร็วในการเปิดหน้าเว็บไซต์ การออกแบบเว็บไซต์ควรจะดูสบายตา และทำความเข้าใจได้ง่าย ซึ่งจะทำให้ผู้เข้ามายังเว็บไซต์ทำความเข้าใจในการเสนอสินค้าหรือบริการที่ธุรกิจของเราแสดงไว้ในเว็บไซต์ ซึ่งผลที่กลับมานั่นคือการกลับเข้ามาบ่อยๆ ของลูกค้า ต้องมีเอกลักษณ์ เว็บไซต์ของร้านนั้นควรจะมีเอกลักษณ์พิเศษซึ่งแสดงถึงร้านค้าหรือบริษัท อาจจะเป็นโลโก้หรือตัวหนังสือก็ได้ เพราะคุณไม่อาจแน่ใจว่าเว็บไซต์ที่อยู่ในอินเตอร์เนตที่มีอยู่มากมายนั้นอาจจะดูคล้ายกับเว็บไซต์ของร้านคุณก็เป็นไปได้ ดังนั้นควรจะมีการสร้างสัญลักษณ์เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของเว็บไซต์ของร้านคุณ อีคอมเมิร์ซ 2 ประเภทสินค้า ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซตามประเภทสินค้าก็แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ(1)สินค้าดิจิตอล เช่น ซอฟท์แวร์ เพลง วิดีโอ หนังสือ ดิจิตอล เป็นต้น ซึ่งสามารถส่งสินค้าได้โดยผ่านอินเตอร์เนต (2)สินค้าที่ไม่ใช่ดิจิตอล เช่น สินค้าหัตถกรรม สินค้าศิลปชีพ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง เครื่องประดับ เครื่องจักรอุปกรณ์ เป็นต้น ซึ่งต้องส่งสินค้าทางพัสดุภัณฑ์ ผ่านไปรษณีย์หรือบริษัทรับส่งพัสดุภัณฑ์ อีคอมเมิร์ซ 6 ส่วน ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 6 ส่วนก็แบ่งได้ดังต่อไปนี้(1)การขายปลีกทางอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเทลลิ่ง
(E-tailing= Electronic Retailing) หรือร้านค้าเสมือนจริง (Virtual
Storefront) ยอดขายปลีกอิเล็กทรอนิกส์ในอเมริกาใน ค.ศ. 1999
มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท (2)การวิจัยตลาดทางอิเล็กทรอนิกส์หรือมาร์เก็ตอีรีเซิร์ช (Market E-research) คือการใช้อินเตอร์เนตในการวิจัยตลาดแบบเดียวกับที่สำนักวิจัยเอแบค-เคเอสซีอินเตอร์เนตทำอยู่ จากการใช้อินเตอร์เนตนี้ บริษัทห้างร้านสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าปัจจุบัน และผู้ที่อาจจะเป็นลูกค้าในอนาคต ทั้งจากการลงทะเบียนเข้าใช้เว็บ จากแบบสอบถามและจากการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้า การวิจัยตลาด อินเตอร์เนตก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอีคอมเมิร์ซ (3)อินเตอร์เนตอีดีไอ หรือการส่งเอกสารตามมาตรฐานอีดีไอโดยใช้อินเตอร์เนต ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำลงก็ถือว่าเป็นอีคอมเมิร์ซประเภทหนึ่ง (4)โทรสารและโทรศัพท์อินเตอร์เนต การใช้โทรสารและโทรศัพท์ทางไกลผ่านอินเตอร์เนตหรือ วีโอไอพี (VoIP= Voice over IP) นั้นมีราคาต่ำกว่าการใช้โทรสารและโทรศัพท์ธรรมดา และอาจจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของอีคอมเมิร์ซ (6) การซื้อขายระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทต่างๆ จำนวนมากในปัจจุบันติดต่อซื้อขายสินค้ากันโดยผ่านเว็บในอินเตอร์เนต ซึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอีคอมเมิร์ซ (7) ระบบความปลอดภัยในอีคอมเมิร์ซ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของอีคอมเมิร์ซ ทั้งนี้ในปัจจุบันมีการใช้วิธีต่างๆ เช่น เอสเอสแอล (SSL= Secure Socket Layer) เซ็ต (SET = Secure Electronic Transaction) อาร์เอสเอ (RSA = Rivest, Shamir and Adleman) ดีอีเอส (DES= Data Encryptioon Standard) และดีอีเอสสามชั้น (Triple DES) เป็นต้น อีคอมเมิร์ซ 3 ประเภท ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 3 ประเภทก็อาจจะแบ่งได้ ดังต่อไปนี้ ้(1)อีคอมเมิร์ซระหว่างผู้บริโภคกับธุรกิจ หรือ บีทูซี (B-to-C = Business-to-Consumer) ซึ่งอาจจะมีตัวอย่างดังต่อไปนี้ - การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้บริโภคกับธุรกิจโดยใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กลุ่มสนทนา กระดานข่าว เป็นต้น - การจัดการด้านการเงิน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจัดการเรื่องการเงินส่วนตัว เช่น ฝาก-ถอน เงินกับธนาคาร ซื้อขายหุ้นกับผู้ค้าหุ้น เช่น อีเทรด (www.etrade.com) เป็นต้น - ซื้อขายสินค้าและข้อมูล ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อขายสินค้าและข้อมูลผ่านอินเตอร์เนตได้โดยสะดวก (2)อีคอมเมิร์ซภายในองค์กรหรือแบบอินทราออร์ก (Intra-Org E-commerce) คือ การใช้อีคอมเมิร์ซในการช่วยให้บริษัทหรือองค์ใดองค์กรหนึ่งสามารถปรับปรุงการทำงานภายในและให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ดังตัวอย่างต่อไปนี้ - การติดต่อสื่อสารภายในองค์กรจะสะดวกรวดเร็วจะได้ผลดีขึ้น โดยใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ และป้ายประกาศ เป็นต้น - การจัดพิมพ์เอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีพับลิซซิง (Electronic Publishing) ช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบเอกสาร จัดพิมพ์เอกสาร และแจกจ่ายเอกสารได้สะดวกรวดเร็ว และใช้ค่าใช้จ่ายน้อย ไม่ว่าจะเป็นคู่มือข้อกำหนดสินค้า (Product Specifications) รายงานการประชุม เป็นต้น ทั้งนี้โดยผ่านเว็บ - การปรับปรุงประสิทธิภาพพนักงานขาย การใช้อีคอมเมิร์ซแบบนี้ช่วยปรับปรุงการสื่อสารระหว่างฝ่ายผลิตกับฝ่ายขาย และระหว่างฝ่ายขายกับลูกค้า ทำให้ได้ประสิทธิภาพดีขึ้น (3)อีคอมเมิร์ซระหว่างองค์กรหรือแบบอินเตอร์ออร์ก (Inter-Org E-commerce) ซึ่งก็คือแบบเดียวกับแบบที่เรียกว่าบีทูบี (Business to Business) ทั้งนี้โดยมีตัวอย่างต่อไปนี้ - การจัดซื้อ ช่วยให้จัดซื้อได้ดีขึ้น ทั้งด้านราคา และระยะเวลาการส่งของ - การจัดการสินค้าคงคลัง - การจัดส่งสินค้า - การจัดการช่องทางขายสินค้า - การจัดการด้านการเงิน
|
Public foldersFolders shared with the world |
||||
|
|